เรียงความเรื่องความรัก

เรียงความเรื่องความรัก

คำว่า “รัก” สามารถหมายความถึงความรู้สึก สภาพทางอารมณ์และทัศนะที่แตกต่างกันได้หลากหลาย ซึ่งอาจมีตั้งแต่ความพอใจทั่วไปจนถึงความดึงดูดระหว่างบุคคลอย่างรุนแรง แต่โดยเจาะจงแล้ว ความรักสามารถหมายถึงความต้องการอย่างเสน่หาและความสัมพันธ์ทางเพศของความรักแบบโรแมนติก ความรักที่มีเพศเข้ามาเกี่ยวข้องของอีรอส (คำภาษากรีกหมายถึงความรัก) ความใกล้ชิดทางอารมณ์ของความรักกับบุคคลในครอบครัว หรือรักบริสุทธิ์ที่นิยามมิตรภาพ หรือความรักแบบอุทิศตัวแบบในทางศาสนา ความหลากหลายของการใช้และความหมายของคำว่ารักนี้ ประกอบกับความรู้สึกอันซับซ้อนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เป็นการยากที่จะนิยามความรักให้แน่นอน แม้จะเทียบกับสภาพอารมณ์อื่นๆ แล้วก็ตาม

การเขียนเรียงความเรื่องความรักก็เป็นการพรรณาถึงความรัก หรือการแสดงความรักอีกในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งออกมาในรูปของตัวอักษรที่เป็นทางการ หรือ จากความรู้สึกส่วนตัวของเราเอง เรียงความเรื่องความรักไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นเรื่องราวของคู่รักแต่เพียงอย่างเดียว รวมไปถึงความรักต่อชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์ ความรักต่อพ่อแม่ คนในครอบครัว ความรักต่อเพื่อนฝูง ความรักต่อสัตว์เลี้ยง ธรรมชาติรอบตัวก็สามารถเขียนพรรณาเป็นเรียงความได้ทั้งนั้น ดังตัวอย่างประกอบดังต่อไปนี้ค่ะ

เรียงความเรื่องความรัก

ตัวอย่างที่ 1 : เรียงความเรื่องความรักของฉัน

ความรักของคน(ที่เคย)เป็น แฟน  4 ปีที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนในคำว่ารัก  คำพูดว่าจะรักเราคนเดียว   ไม่มีจริงในโลก  ความรักสอนให้เข้มแข็ง สอนให้รู้จักรักตัวเองมากกว่ารักคนอื่น  สอนให้มองโลกสองด้าน สอนให้รู้จักคำว่า…ธาตุแท้ของผู้ชาย และสอนให้รู้จักการรักใครอย่างจริงใจ  ขอบคุณคนของความรักในอดีตที่ทำให้ชีวิตในปัจจุบันดีขึ้น และทำให้เราได้เจอคนในอนาคตที่ดี    ความรักของคนเป็น พ่อแม่  ไม่มีเปลี่ยนแปลง  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตมีพ่อกับแม่เท่านั้นที่จะอยู่กับเราตลอดเวลา  เป็นห่วงและหวังดีด้วยความจริงใจ    ความรักของคนเป็น พี่ชาย (ที่แสนดี) ทั้งที่ไม่ได้คลานตามกันมา  มีกับเค้าอยู่หนึ่งคนที่รักเราไม่มีเปลี่ยนแปลง บริสุทธิ์และจริงใจ เวลาสุขไม่ค่อยนึกถึง แต่เวลาทุกข์นี่สิ …มาทันทีทันใด รักที่สุดเลย…ความรักของคนเป็น เพื่อน ไม่โกหก ไม่หลอกลวง กอดคอหัวเราะเวลามีความสุข   เป็นที่พึ่งได้เวลาร้องไห้ เสียใจ โทรหาได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะอยู่กับใคร ที่ไหน บอกความลับกันได้อย่างไม่ต้องอาย ปลอบใจให้กำลังใจ  ซ้ำยังให้ความหวังอีกว่า ..”วันนึงแกต้องเจอคนที่ดีกว่า”  อยากขอบคุณความรักของ แนนเพื่อนซี้ที่คอยให้สติ   ติ๊กเพื่อนที่อยู่ด้วยกันในคืนวันที่โหดร้าย  ปูเพื่อนที่ให้คำปรึกษาชั้นเยี่ยม  พอนลี่เพื่อนที่รับฟังและเข้าใจเราอย่างสุดซึ้ง    ตุ๊กตาเพื่อนคุยได้ทุกเวลาเหงา  กิ๊บเพื่อนที่เป็นห่วงเราเสมอ   แตนเพื่อนที่ให้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต   จิ้งเพื่อนรักที่ให้ความเข้มแข็ง เฉาก๊วยนังเพื่อนปากร้ายที่รู้กันอยู่ว่ารัก  รักมาก รักจริง รักจัง รัก รักและรัก ไม่มีเปลี่ยนแปลง รักพวกแกทุกๆคนขอบคุณที่อุตส่าห์เป็นเพื่อนกันมาจนทุกวันนี้

แม้ วาเลนไทน์ปีนี้จะไม่มีความหมาย ไม่อยากออกไปไหนกะใคร แต่ความรักไม่ได้หล่นหายไปไหน ยังอยู่กับคนที่รักและมองเห็นคุณค่าของความรัก ขอให้เพื่อนๆมีความรักที่เบ่งบานเต็มหัวใจ เชื่อเถอะว่าวันนึงที่เรามีความรักอยู่ใกล้เราจะไม่เห็นค่า แต่วันที่มันจากไปนี่สิ เรียกร้องยังงัยมันก็ไม่กลับมา ทำวันนี้กับคนคนนี้ที่อยู่ข้างๆให้มีความสุขที่สุด  ถ้าวันนึงความรักเกิดหายไป อย่างน้อยเราก็ดีใจว่าเราได้ทำดีที่สุดกะมันแล้ว ……เหมือนชั้นงัย…แง..แง

ที่มา : http://smallisbeutiful.wordpress.com

ตัวอย่างที่ 2 : เรียงความรัก # 5 เพราะนี่คือความรัก มันจึงซับซ้อน

The Time Traveler’s Wife

:  เพราะนี่คือความรัก มันจึงซับซ้อน… 

ผมกำลังนึกถึงบางประโยคที่สามารถอธิบายสั้นๆ ถึงความรู้สึก อารมณ์ และบรรยากาศ เกี่ยวกับภาพยนตร์ The Time Traveler’s Wife ภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ดำเนินเรื่องขัดใจรสนิยมของคนที่ชอบหนังรัก นั่นคือการเลือกให้เรื่องดำเนินไปอย่างซับซ้อน ซึ่งเส้นทางนี้ก็มักส่งผลลัพธิ์ที่สุดขั้วนั่นคือ หากไม่รักก็เกลียดเลย หรือหากไม่ใช่ดูแบบเข้าอกเข้าใจ ก็แสนจะงุนงง สำหรับผมนั่นเลือกรู้สึกไปในทางชอบมากกว่า นั่นเป็นเพราะโชคดีที่ทราบมาก่อนแล้วว่า พื้นฐานของภาพยนยตร์เรื่องนี้ถูกสร้างมาจากงานเขียนระดับเบสเซลลเลอร์ที่ เลื่องลือเรื่องการเล่าเรื่องซับซ้อนได้อย่างงดงาม ละเมียดละไมสมจริง ทั้งที่เรื่องราวแสนจะล้ำจินตนาการ โดยการถ่ายทอดเรื่องราวความรักของ เด็กน้อยที่บังเอิญได้พบกับชายแปลก และชายหนุ่มคนนั้นได้บอกกับเธอว่า เขามาจากอนาคต และสามารถท่องไปกับกาลเวลาได้ และในอนาคตทั้งคู่จะพบได้กัน ก่อนจะหายตัวไปราวกับเวทมนต์ หลังจากนั้นมันกลายรักแรกของเด็กน้อยที่ถูกทมลึกลงในความทรงจำและทดไว้บน ความหวังว่ามันจะจริงในสักวัน และแล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาได้พบกัน แต่ทว่าความรักก็กลับมาพร้อมกับการเสียสละ เพราะแม้ว่าทั้งคู่จะได้รักกันจริง แต่ชายหนุ่มนักท่องเวลากลับต้องทนกับความผิดปกติของตนเองที่ต้องทนท่องเวลา กลับไปกลับมาจาก อดีต-อนาคต-ปัจจุบันอย่างไม่อาจควบคุม และเธอจะต้องยอมรับมันให้ได้หากเค้าจะหายตัวไปในตอนค่ำและกลับมาในตอนเช้า หรือหายไปช่วงเวลาสำคัญของชีวิตเธอ

สิ่งที่เป็นเหตุผลให้ผมชอบ Eternal Sunshine of the Spotless Mind  Il Mare รวมถึง The Time Traveler’s Wife เหมือนกัน ก็คือ การทำเรื่องที่ซับซ้อนให้ง่ายและปราณีตขึ้น ด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวด้วยละเอียดละออ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเรียงช่วงเวลา  ความเปลี่ยนแปลงของตัวละคร รวมถึงบทพูดอันละเมียดละไม คมคายในหลายๆ ฉาก ที่พูดถึงกาลเวลา ความรัก และความหวงแหนในกันและกัน

The Time Traveler’s Wife ทำ ได้ดีพอสมควรในการจัดลำดับและซื่อสัตย์ต่อความต่อเนื่องของเรื่องราว โดยเฉพาะช่วงอายุต่างๆ ของนักท่องเวลาหนุ่มที่รับบทโดย อีริก บาน่า ให้ดูสูงอายุ และอ่อนวัยตามช่วงที่ได้ท่องเวลาจัดเรียงและตกแต่งอย่างสมจริง พร้อมความโรแมนติกลงตัวด้วยฉากน่ารักๆ และการบีบคั้นคนดูให้ร่วมอยู่กับความรู้สึกของตัวละครที่เห็นอดีตที่แก้ไม่ ได้และเห็นอนาคตแต่ไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรม  แม้ตัวหนังจะดูซับซ้อนและต้องใช้สมาธิมากในการดู แต่ภาษาหนังและการเล่าเรื่องยังคงกล่อมเกลาให้ The Time Traveler’s Wife มีอะไรมากกว่าการเป็นหนังที่พูดเรื่องความรัก  และ ความรักมันก็ซับซ้อนอย่างนี้ล่ะ แม้วาคุณจะวิเศษวิโสแค่ไหนคุณก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีตได้ และหากคุณจะพอมีเวลาเหลือให้ความรักบ้าง…จงทนุถนอมมันให้ดี 

‘ wouldn’t change one second of our life together’  (Clare Abshire From The Time Traveler’s Wife )

** กรอบ

The Time Traveler’s Wife เป็นบทประพันธ์ของ ออเดรย์ นิฟเฟเนกเกอร์ แสดงนำโดย อีริก บาน่า เรเชล แม็คอดัมส์ กำกับโดย โรเบิร์ต ชเวนท์เก บทภาพยนตร์เขียนโดยนักเขียนบทเจ้าของรางวัลออสก้าจากเรื่อง Ghost บรูซ โจแอล รูบิน

เครดิต :: สลิมอัพ แมกกาซีน เล่ม 23
ที่มา : http://poetseason.exteen.com/20091019/entry

ตัวอย่างที่ 3 : เรียงความ ความรักของมนุษยชาติ

“ความรักของมนุษยชาติ”

โลกเรามีความรักมากมายหลายรูปแบบคุณว่าไหม?   ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ก็จะได้พบกับเหล่ามนุษยชาติผู้มีความรักอยู่เสมอๆ ตรงนั้นบ้าง  ตรงนี้บ้าง  ปะปนกันไปบนถนนแต่ละก้าวที่เดินผ่าน  และนั่นก็คง จะไม่ใช่ความรักเพียงรูปแบบเดียว?

เมื่อพูดถึงความรัก  เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะนึกถึงคำนี้ในรูปแบบชู้สาว  แต่ความจริงแล้วนิยามของคำว่ารักนั้น กว้างขวางออกไปจนไม่อาจบอกขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นการรักครอบครัว  ครูบาอาจารย์  เพื่อนฝูง  รักชาติ  หรือแม้แต่รักในทรัพย์สินเงินทองของตนเอง

ความรักของมนุษยชาตินั้นแตกแขนงโยงใยออกไปอย่างหลากหลาย  อาจกล่าวได้ว่า คนบนโลกทั้งหมดต้องมีความรักสำหรับตนเองอย่างน้อยก็ซักหนึ่งรูปแบบ  บางคน ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับครอบครัว  คอยดูแลบุคคลใกล้ชิดและเหล่าเพื่อนฝูง ให้มีความสุขอยู่เสมอ  บางคนก็รักและมอบความมุ่งมั่นทั้งหมดให้แก่งานที่ตัวเองทำอย่างสุดความสามารถ  และบางคนก็รักที่จะดูแลตัวเองให้สุขสบาย

ความรักนั้นเป็นสิ่งที่ดี  เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้โลกของเราดำเนินต่อ ไปอย่างมีสีสัน  ความรักของมนุษยชาตินั้นไม่มีขอบเขต   ไม่มีใครสามารถบังคับ
ยากที่จะนิยามได้ทั้งหมด  แต่ถึงกระนั้นความรักที่จะประสบความสำเร็จ  และ สวยงามก็ยังคงต้องตั้งอยู่บนความถูกต้อง  และเอื้ออารีต่อกัน บางคนเข้าใจความหมายของคำว่ารักผิดๆ  ความหมายของคำว่ารักสำหรับคนนั้นจึง กลายเป็นเรื่องเลวร้าย  เช่นรักอะไรซักอย่าง  แล้วอยากให้สิ่งนั้นเป็นแค่ ของตนผู้เดียว
เชื่อเถอะว่าคำว่ารักของคนๆ นั้น ไม่ใช่ความรัก  แต่เป็นความหลงมากกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว  ไม่ว่าความรักของเหล่าผู้คนที่เดินสวนกันไปมาบนโลกนี้จะ เป็นอย่างไร  การรักก็ยังคงดีกว่าการเกลียดเสมอ  แต่ก็จงพึงรำลึกไว้ว่า ไม่ว่าความรักของคุณจะเป็นแบบใด ก็อย่าได้ให้รักของตนไปเบียดเบียนผู้อื่นให้เป็นทุกข์เด็ดขาด

เพราะนั่นคงยากที่จะยอมรับว่าคุณกำลังมีความรัก  

…จริงมั้ย?………………………………………………………………………………

ที่มา : http://www.punica.co.th/bbs/viewthread.php?tid=8468

ตัวอย่างที่ 4 : เรียงความ “ความรักของแม่”

ความรักของแม่

ทุกคนเกิดมาย่อมมีแม่กันทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นชายหรือเป็นหญิงผู้ที่ให้กำเนิดลูกและผู้ที่ได้ชื่อว่าแม่ย่อม รักลูกทุกคน  ถ้าท่านไม่รักลูกของตนเองก็คงไม่อุ้มท้องตั้ง  9  เดือน  คงไม่ดูแลประคับประคองตนเองจนถึงวันคลอดและคงไม่เลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่อย่างทุกวันนี้หรอก
 
ความรักของแม่ที่มีให้ลูกของตนนั้นมากมายเกินคำบรรยายอาจไม่สามารถบรรยายได้ ครบทุกเรื่อง  จึงยกมาเพียงคราว ๆ  คำว่าแม่  เป็นคำที่ลูกทุกคนให้ความสำคัญมากเพราะแม่เป็นผู้ใหกำเนิด  ระหว่างตั้งท้องแม่ต้องลำบากตั้งแต่เดือนแรกถึงเดือนสุดท้าย  ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่อย่างลำบากจนกระทั่งวันคลอด  พอลูกเกิดมาเมื่อลืมตาดูโลกผู้เป็นแม่ต้องเลี้ยงลูกของตนประเภทว่ายุงไม่ให้ ไต่ไรไม่ให้ตอม  แม่ต้องให้น้ำนมจากอกทุกครั้งที่ลูกหิว  ตกกลางคืนก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอนไม่มีเวลาพักผ่อน  รุ่งเช้าก็ต้องทำความสะอาด  ซักเสื้อผ้า  เปลี่ยนผ้าอ้อม  จนไม่มีเวลาดูแลตนเอง บางคนถึงกับต้องไปพบหมอ  พอลูกเติบใหญ่และอย่ในช่วงวัยรุ่น  จะติดเพื่อนและชอบไปไหนมาไหนคนเดียว  บ้างก็ว่าไปทำรายงานบ้านเพื่อน  บ้างก็ว่าไปทำงานกลุ่มกับเพื่อน ๆ  บ้างก็ขอเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียน  แต่สำหรับผู้เป็นแม่ต้องเชื่อลูกของตนทุกอย่างเพราะความรักลูก  ลูกจะพูดอะไรก็เชื่อไปซะหมดทุกเรื่องแม้ว่าใครจะบอกว่าลูกของตนเป็นอย่างไร ผู้เป็นแม่ก็ไม่ยอมเชื่อต้องให้เห็นกับตาเท่านั้น  พอลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีการงานทำผู้เป็นแม่ก็ยังห่วงหาลูกอยู่ดีท่านห่วง สุขภาพของลูกและห่วงในการกินอยู่ของลูกกลัวลุกลำบากต่าง ๆ  นานา  อยากให้ลูกกลับบ้านไม่อยากให้อยู่ไกลสายตา  เพราะถ้าอยู่ไกล ๆ แม่จะต้องกังวลว่าลุกจะอยู่ดีกินดีหรือไม่นี่คือความห่วงใยและความรักที่มี ให้กับลุกทุกคน
 
แม่ให้ความรักแก่ทุกคนไม่ว่าลูกคนนั้นจะดีหรือจะเลวเพราะฉะนั้นลูก ๆ ทั้งหลายไม่ควรโกรธหรือคิดว่าแม่ไม่รักเพราะแม่ทุกคนย่อมรักลูกทุคนส่งที่ ท่านได้ตักเตือนหรือส่งที่ท่านได้ว่ากล่าวก็ควรฟังไม่ควรพูดหรือเถียงแม่ส่ง สำคัญที่แม่ต้องการให้บรรดาลูก ๆ เข้าใจคือแม่ทำทุกอย่างเพื่อลูกเสมอดังนั้นความรักของแม่ที่มีต่อลูกจึงเป็น ความรักที่บริสุทธิ์และงดงามเกินกว่าจะบรรยายให้ใครหลาย ๆ  คนได้ฟังและได้ทราบถึงความรักที่มีต่อลูกทั้งหลาย
 
เครดิต :: รางวัลชมเชยประกวดเรียงความ \”ความรักของแม่\” ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นางสาววิภาดา เสนาพิทักษ์ ม.6
ที่มา : http://www.inthuputh.com/workstudent-839.html
 
ตัวอย่างที่ 5 :  เรียงความเรื่อง “ความรักของพ่อ”
 
“ผู้ชาย” คนนี้ไม่ใช่ นักบัญชี ไม่ใช่ นักเศรษฐศาสตร์ (ไม่ใช่แม้กระทั่ง วิศวกร) 
“ผู้ชาย” คนนี้ก็แค่ “พ่อ” ธรรมดาๆคนนึงเท่านั้นแหละ 
 
“ถ้าทุก 1 วันที่ชีวิตพ่อสั้นลง แลกกับ 1 วันที่ชีวิตหนูดีขึ้น “
จะกี่วันก็เอาไปเถอะลูกรัก พ่อเต็มใจยกให้ 
 
ดวงตาคู่นี้  
อาจจะทำให้พ่อเห็นความงดงามของโลกต่อไปได้อีกหลายปี 
 แต่ถ้ามันทำให้หนูมองเห็นได้อีกแม้เพียงวันเดียว 
 (แม้คนที่หนูจะมอง  อาจจะไม่ใช่พ่อ) 
 เอามันไปเถอะลูกรัก พ่อเต็มใจยกให้ 
 
แก้วหูคู่นี้ 
อาจจะทำให้พ่อได้ยินความไพเราะของสายน้ำต่อไปได้อีกหลายปี 
แต่ถ้ามันทำให้หนูได้ยินได้อีกแม้เพียงวันเดียว 
(แม้วันเดียวนั้น  หนูอาจจะไม่ฟังที่พ่อบอกว่าพ่อรักหนูแค่ไหน) 
เอามันไปเถอะลูกรัก  พ่อเต็มใจยกให้ 
 
ขาคู่นี้ 
อาจจะพาพ่อไปได้อีกครึ่งโลกใบนี้ที่เหลือ 
แต่ถ้ามันทำให้หนูเดินได้อีกแม้เพียงก้าวเดียว 
(แม้มันอาจจะเป็นก้าวที่ทำให้หนูห่างจากพ่อไปอีก) 
เอามันไปเถอะลูกรัก พ่อเต็มใจยกให้
 
แขนคู่นี้ 
อาจจะทำให้พ่อได้โอบกอดคนอีกมากมาย 
แต่ถ้ามันทำให้หนูได้โอบกอดคนที่หนูรักแม้เพียงครั้งเดียว 
(แม้ว่าคนที่หนูจะกอด อาจจะไม่ใช่พ่อ) 
เอามันไปเถอะลูกรัก พ่อเต็มใจยกให้ 
 
หัวใจดวงนี้ … 
อาจจะทำให้พ่ออยู่ต่อไปได้อีกหลายปี 
แต่ถ้ามันทำให้หนูอยู่ต่อได้อีกแม้เพียงวันเดียว 
(แม้ว่าหนูอาจจะไม่ใช้วันเดียวนั้นร่วมกันกับพ่อ) 
เอามันไปเถอะลูกรัก พ่อเต็มใจยกให้ 
 
ชีวิตนี้ที่เหลืออยู่ 
อาจจะทำให้พ่อทำอะไรได้อีกมากมาย 
 แต่ถ้ามันใช้ต่อชีวิตหนูได้แม้เพียงวันเดียว 
(แม้หนูอาจจะใช้ชีวิตที่ต่อออกไปวันเดียวนั้นเพื่อคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ) 
เอามันไปเถอะลูกรัก พ่อเต็มใจยกให้ 
 
หนูจะรู้ไหมว่า 
หนูทั้งสเกิดมามีหัวใจสองดวงที่ “อายุหัวใจ” ไม่เท่ากัน 
 
ที่สุดแล้ว 
“ผู้ชาย” คนนี้ไม่ใช่ นักบัญชี ไม่ใช่ นักเศรษฐศาสตร์ (ไม่ใช่แม้กระทั่ง วิศวกร) 
“ผู้ชาย” คนนี้ก็แค่ “พ่อ” ธรรมดาๆคนนึงเท่านั้นแหละ 
 
พ่อ
 
เครดิต :: กระปุกดอทคอม
ที่มา : http://kuiburi.blogspot.com/2011/09/love-of-father-kuiburi-kuiburi-temple.html

Tags: , , , ,